CIPAT × QSense · Cybersecurity Initiative

ยกระดับการเข้าสู่ระบบด้วย Multi-Factor Authentication

สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยี ร่วมกับ QSense จัดทำระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) เพื่อช่วยให้หน่วยงานเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขนาดของโจทย์ในไทย ร่วมกันปกป้องข้อมูลไม่ให้รั่วไหล จากหน้า Login ที่ยืนยันเพียงชั้นเดียว โดเมน .th จดทะเบียนแยกตามประเภทองค์กร
.co.thบริษัทเอกชน
49,458
พบ 14,450 · 8.2%
.in.thบุคคล / ทั่วไป
15,563
พบ 1,858 · 6.6%
.ac.thสถาบันการศึกษา
9,565
พบ 2,048 · 28.8%
.go.thหน่วยงานรัฐ
9,480
พบ 385 · 14.2%
.or.thองค์กรไม่แสวงกำไร
1,411
พบ 58 · 7.1%
.net.thผู้ให้บริการเครือข่าย
17
พบ 362 · 7.4%
.mi.thความมั่นคง / ทหาร
15
พบ 5 · 9.8%
พบหน้า login (เปิดสาธารณะ) ไม่พบหน้า login * วัดจริงจาก Public Internet Surface — ตัวเลข “พบ” คือจำนวนโฮสต์ที่ตรวจพบฟอร์มรับรหัสผ่าน จากโฮสต์ที่ตอบ HTTP 200 รวม 219,211 รายการ · ณ ส.ค. 2569
89,129โดเมน .th ทั้งหมด
36,954.ไทย (IDN)
126,083รวมทั้งสิ้น
19,166โฮสต์ที่พบหน้า login

ร่วมกันลดตัวเลขความเสี่ยงจากการ login ชั้นเดียว

ที่มา: THNIC (ยอดจดโดเมน) · Public Internet Surface (โฮสต์ที่พบหน้า login) · ส.ค. 2569

QSense Gate · MFAwall Demonstration

กิจกรรมส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

สร้างมาตรฐานใหม่ให้การเข้าสู่ระบบขององค์กร

เพิ่มชั้นการยืนยันตัวตนก่อนเข้าถึงระบบสำคัญ โดยเริ่มต้นได้กับโครงสร้างพื้นฐานเดิม

สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยี ร่วมกับ QSense จัดทำกิจกรรมส่งเสริมการใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยของกระบวนการเข้าสู่ระบบ

กิจกรรมนี้มุ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจถูกขโมย คาดเดา หรือรั่วไหล โดยเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบตัวตนมากกว่าหนึ่งปัจจัย เช่น รหัสผ่านร่วมกับแอปพลิเคชันยืนยันตัวตนหรือ Passkey ก่อนอนุญาตให้เข้าถึงระบบและข้อมูลสำคัญ ทั้งยังช่วยให้หน่วยงานสามารถเริ่มเสริมการป้องกันได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับแก้ซอร์สโค้ดของระบบเดิม

วัตถุประสงค์ของกิจกรรม
01 · PROTECTลดความเสี่ยงข้อมูลสำคัญรั่วไหล

เพิ่มชั้นการตรวจสอบเพื่อป้องกันการเข้าถึงระบบ และลดความเสี่ยงที่รหัสผ่านหลุดรั่วไปแบบไม่ตั้งใจ

02 · ENABLEสนับสนุนหน่วยงานให้เริ่มใช้ MFA ได้ง่ายขึ้น

ลดข้อจำกัดด้านการพัฒนาและช่วยให้ระบบเดิมสามารถเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตนได้อย่างเหมาะสม

03 · GOVERNยกระดับการกำกับดูแลการเข้าถึง

กำหนดนโยบายให้ครอบคลุมหน้าเข้าสู่ระบบ พื้นที่ผู้ดูแลระบบ หรือเส้นทางที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ

04 · READYเตรียมความพร้อมตามแนวทางความปลอดภัยสมัยใหม่

สร้างพื้นฐานด้าน Identity Security ที่รองรับการตรวจสอบย้อนหลังและการพัฒนาสู่มาตรฐานองค์กร

Verify · Defend · Future

One Gate Three Security Layer

ทุกคำขอถูกตรวจสอบก่อนถึงระบบจริง ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่บัญชีผู้ใช้ แอปพลิเคชัน ไปจนถึงข้อมูลที่ต้องเก็บเป็นความลับระยะยาว

V

Verify — ยืนยันว่าเป็นผู้ใช้จริง

MFAwall เพิ่มด่านยืนยันตัวตนไว้ก่อนถึงหน้า Admin, Critical Path หรือทั้งเว็บไซต์ รองรับ Authenticator (TOTP) และ Passkey แม้รหัสผ่านรั่ว ผู้โจมตีก็ยังขาดปัจจัยที่สอง

TOTPPASSKEYPATH POLICY
D

Defend — ลดพื้นที่โจมตีเว็บ

กรองความเสี่ยงตามแนวทาง OWASP เช่น SQL Injection และ XSS พร้อมจัดการ Bot, จำกัดคำขอถี่ผิดปกติ, ควบคุม HTTP Method และบล็อกการเข้าถึงตามประเทศ

OWASPRATE LIMITGEOIP
F

Future — ปกป้องข้อมูลจาก Q-Day

ใช้การแลกเปลี่ยนกุญแจแบบ Hybrid ML-KEM ร่วมกับ TLS ปัจจุบัน เพื่อลดความเสี่ยง Harvest Now, Decrypt Later โดยยังคงความเข้ากันได้กับโครงสร้างเดิม

ML-KEMHYBRID TLSHNDL
QSENSE GATEPROTECTED
01Verify identityMFAwall · TOTP · Passkey
02Defend applicationWAS · OWASP · Bot control
03Future-proof trafficHybrid TLS · ML-KEM · HNDL
เว็บไซต์เดิมทำงานต่อได้ โดยไม่แก้ซอร์สโค้ด

วางเพิ่ม ไม่ต้องรื้อระบบ

เปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก ไม่เปลี่ยนแอป

QSense Gate ทำหน้าที่เป็นด่านกลางก่อนส่งคำขอที่ผ่านนโยบายไปยัง Origin เดิม จึงเริ่มเสริมความปลอดภัยได้โดยไม่ต้องแก้ WordPress, Portal หรือระบบหลังบ้านที่ใช้อยู่

กำหนดขอบเขตได้
เลือกเฉพาะหน้า Login/Admin, Path สำคัญ หรือครอบคลุมทั้งเว็บไซต์
ลดการเปิดเผย Origin
ให้ระบบจริงรับคำขอจาก Gate ตามนโยบายที่กำหนด
มีหลักฐานตรวจสอบ
บันทึกเหตุการณ์การยืนยันตัวตนและการบังคับใช้นโยบาย

เหตุผลที่ต้องเริ่ม PQC ตั้งแต่วันนี้

ข้อมูลที่ถูกดักเก็บวันนี้ อาจถูกถอดรหัสในวันหน้า

ภัย HNDL ไม่จำเป็นต้องรอให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมพร้อม ผู้โจมตีสามารถบันทึกทราฟฟิกเข้ารหัสไว้ก่อน แล้วกลับมาถอดรหัสเมื่อเทคโนโลยีเอื้ออำนวย

THE RISK · HNDL

Harvest Now, Decrypt Later

ข้อมูลสำคัญที่ต้องเป็นความลับนาน—เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารเชิงยุทธศาสตร์ หรือธุรกรรม—อาจสูญเสียความลับย้อนหลัง แม้ขณะส่งข้อมูลวันนี้จะใช้ TLS อยู่ก็ตาม

THE RESPONSE · HYBRID PQC

ผสานความเชื่อมั่นเดิมกับ ML-KEM

Hybrid key exchange ใช้อัลกอริทึมแบบดั้งเดิมร่วมกับ ML-KEM ตามมาตรฐาน NIST ช่วยยกระดับความทนทานต่ออนาคตโดยไม่ต้องตัดขาดจากระบบนิเวศ TLS ปัจจุบัน

เริ่มใช้งานอย่างกระชับ

สามขั้นตอนจากเว็บเดิมสู่เว็บที่มีด่านป้องกัน

กำหนดขอบเขต

เลือก Domain และ Path ที่ต้องการบังคับ MFA พร้อมกำหนดนโยบาย WAS, GeoIP และ Rate Limit ตามความเสี่ยง

วาง Gate หน้าระบบ

ปรับเส้นทางการเชื่อมต่อให้ทราฟฟิกผ่าน QSense Gate โดยระบบเว็บไซต์และรหัสผ่านเดิมยังใช้งานต่อ

เปิดใช้และติดตาม

ผู้ใช้ยืนยันตัวตนผ่าน TOTP หรือ Passkey จากนั้น Gate ออก session ตรวจทุกคำขอ และบันทึกเหตุการณ์เพื่อการตรวจสอบ

NIST ML-KEMPost-quantum KEM
OWASPWeb application risk
PCI DSSAccess security
ISO 27001Security controls

ยกระดับการปกป้องเว็บไซต์
โดยไม่เพิ่มภาระให้ทีมพัฒนา

เริ่มประเมินหน้าเว็บสำคัญ วางนโยบาย MFA และเตรียมช่องทางสื่อสารให้พร้อมต่อยุค Post-Quantum ด้วย QSense Gate

ติดต่อเพื่อประเมินระบบ
PQC Prove — Quantum-Safe